2007/Jun/09

น่าเบื่อนะคะ

ถ้าคนเราจะมองว่าคนอื่นผิด คนอื่นทำไม่ดี คนอื่นร้ายกาจ

ทั้งที่บางทีเราอาจมองข้ามเหตุผลของสิ่งเหล่านั้น

ว่าเพราะอะไรเค้าถึงร้ายขนาดนั้น

เพราะอะไรเค้าถึงทำไม่ดี พูดไม่ดีขนาดนั้น

คนเรามักมองไม่ค่อยเห็นนิสัยแย่ ๆ ของเราหรอก

บางทีอาจจะมองเห็นแต่ก็คิดว่า มันไม่ได้แย่หรอกมั้ง

ทั้งที่เวลาเห็นคนอื่นทำแบบนี้กลับบอกว่าแย่จัง

คนรักกันควรจะใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่าย

ควรหันหน้าคุยกันเมื่อมีปัญหา หรือเมื่อไม่พอใจกันและกัน

คนรักกันควรจะห่วงใยดูแลกันและกัน

คนรักกันไม่น่าจะเก็บเอาเรื่องบางเรื่องมาเก็บเป็นปมในใจ

เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกับไม่ใช่คนรักกัน

มันน่าจะให้อภัยและพยายามพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนนิสัยคนรัก

ที่ส่วนที่เราไม่ชอบ มันน่าจะดีกว่า หนีปัญหา หายหน้าไปเฉย ๆ

ทำเหมือนตัวเอง เป็นคนโสด ทั้งที่แต่งงานแล้วนะเนี้ย

จะไปไหนมาไหนก็ควรจะบอกภรรยามิใช่หรือ ???

ที่ร่ายรำพันมาทั้งหมดนั่นมิใช่เรื่องของตัวเองสักนิด

แต่ที่มันสะกิดใจจนต้องมานั่งคิดก็เพราะเจ้าของเรื่องคือเพื่อนข้าเจ้าเอง

สามีเพื่อน ที่ ดูแล้วเหมือนจะรักและตามใจภรรยาอยู่พอสมควร

จริง ๆ แล้วเป็นคนที่เก็บและกดอะไรไว้มากมาย

จนหนีปัญหาหายไปไม่บอกกล่าวภรรยาสักคำ

คนเราก็โต ๆ กันแล้ว ไม่น่าจะทำแบบนี้เนอะ

มีปัญหา ไม่พอใจอะไรอีกฝ่าย ก็น่าจะคุยกันมากกว่า

เราเองก็คิด ๆว่า เค้าไม่แคร์ความรู้สึกภรรยาเลยเหรอ

จริงอยู่ว่าภรรยาเค้า ขี้บ่น จุกจิก ไปบ้าง

แต่เธอก็รักและห่วงใยสามีอยู่มาก น่าจะแคร์ใจกันบ้าง

แต่ไม่ได้พูดออกไป กลัวเพื่อนจะคิดมากไปกว่านี้

จากประสบการณ์ชีวิตรักที่ไมได้โชกโชนอะไร

ถ้าเค้าสองคนแค่เป็นแฟนกัน เราคงแนะนำว่า

ก้าวไปข้างหน้าสิ บางที การที่เราไม่ได้อยู่กับอะไรเดิม ๆ

เราอาจมีโอกาสไปเจอสิ่งใหม่ ๆ ที่บางครั้งอาจดีกว่าก็ได้

แต่ชีวิตแต่งงานมันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก จริงไหม ???

บ่อยไปนะคะที่คนเรามักเสียดายสิ่งเก่า ๆ วันเก่า ๆ

จนไม่อาจจะละทิ้งมันไปได้ ทั้งที่อยุ่ต่อไป ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย

ครั้งหนึ่งเราเคยเสียดายอะไรบางอย่าง และไม่ยอมจะละทิ้ง

ความรู้สึกเดิม ๆ ที่มีให้คนเดิม ๆ คนนึงไปได้

ด้วยเพราะยึดติดกับวันเวลาเก่า ๆ ที่แสนจะหวานฉ่ำ

ทนทุกข์ทรมาน ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร

ด้วยคิดว่าวันนึงเค้าอาจจะรู้สึกว่า เรานี่ล่ะ ที่รักเค้ามากกว่าใคร ๆ

แต่จริง ๆ มันไม่มีวันนั้นหรอกคะ (รอให้ตายมานก้อไม่สำนึกหร๊อก55)

พอตัดใจจากความรู้สึกเดิม ๆ ไปเจอสิ่งใหม่ ๆ

โอ้โห้ รู้งี้ เลิกร้องไห้ตั้งนานแร้วววววววว

ชีวิตมีความสุข ลัลลา กับสิ่งรอบตัว

คิดไปคิดมาก สุขกว่าตอนมี เค้าคนนั้นอีกนะเคอะ

การที่เราได้เดินออกมาจากความรุ้สึกที่มีให้คนเก่า ๆ

ทำให้เราได้เจอสิ่งใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ

เรื่องราวใหม่ ๆ ในชีวิต

ตั้งใจจะเขียนเรื่องเพื่อน ไหง ออกเรื่องเก่า ๆ ของเราซะงั้น

2007/May/30

เคยไหมคะ

ที่อยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกนึกถึงใครสักคนขึ้นมา

ทั้งที่ทุกวันนี้ชีวิตเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับเค้าอีกแล้ว

แต่ "นึกถึง" กับ "คิดถึง" มันคนละความหมายกันนะคะ

ไม่มีเหตุผลคะว่าทำไมวันนี้รู้สึกนึกถึงเค้าขึ้นมา

หรือบางทีอาจเป็นเพราะฟังเพลง "สัญญา" ของพี่บอยด์ มั่งคะ

อย่าเรียกว่ามันเป็นเพลงแห่งความหลังเลย เพราะมันไม่ใช่

แค่เราได้ฟังเพลงนี้ชอบเพลงนี้จนใช้เป็นริงโทนโทรศัพท์

ในช่วงเวลาที่ชีวิตของเราและเค้าเกี่ยวข้องกัน

ปกติหากเราออนเอ็มในเวลาทำงานก็มักจะเจอเค้าออนอยู่เสมอ

แต่เราและเค้าก็ไม่ได้ทักทายพูดคุยกันจะมีบ้างก็นาน ๆ มากสักครั้ง

เหตุผลที่เราไม่ทักเค้า ก็ไม่มีอะไรมากเลยคะ

คือเราไม่รู้จะคุยไรกับเค้าและกลัวว่าจะไปรบกวนเวลาทำงานเค้าด้วย

ส่วนเหตุผลของเค้า เราคิดว่าคงคล้าย ๆ กับเรามั่งนะ

เวลามันผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ มันเริ่มต้นและจบลงในเวลาไม่นานนัก

ถึงวันนี้ก็ผ่านมาห้าหกปีแล้วสำหรับเรื่องราวของเราและเค้า

จะว่าไป เค้าก็เคยเข้าใจความเป็นเราอยู่หลายอย่างเหมือนกันนะ

เช่น เค้ารู้ว่าเราไม่ชอบอยู่คนเดียวเท่าไร เค้ารู้ว่าเราขี้เบื่อ ขี้โมโหขี้หงุดหงิด

ทุกวันนี้เราไม่รู้ว่าเค้าเป็นอย่างไรบ้าง ความรักของเค้าสดใสหรือเปล่า

สำหรับเราหลังจากฟูมฟายโดนเค้าทิ้งเมื่อคราวนั้น

ก็ได้รับบทเรียนมากมายสำหรับความรัก

มานั่งคิดย้อนกลับไป ก็ขำ ๆ ตัวเองเหมือนกันที่อกหักได้บ้าบอที่สุด

วันนี้ฝนตก อารมณ์มันคงกระจัดกระจายนิดหน่อย

เลยหวนคิดถึงความหลังครั้งเก่าที่ผ่านมาเนิ่นนาน

ไม่รู้ว่าเค้าคนนั้นจะเคยนึกถึงเรา เหมือนที่วันนี้เรานึกถึงเค้าหรือเปล่า

จะนึกถึงหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร เพราะมันคงไม่ได้มีความหมายอะไร

เพราะวันนี้เราทั้งสองคนก็ต่างมีสิ่งดี ๆ ในชีวิต

ที่ทำให้ยิ้มได้อยู่ทุกวันแล้วไม่ใช่หรือ .....

นึกถึง กับ คิดถึง มันต่างกันใช่ไหมคะ

http://superza.com/jukebox/play.php?id=2533

2007/May/28

เมื่อคืนหาดใหญ่วุ่นวายอีกแล้วคะ มีระเบิดหลายจุดทีเดียว

ตอนประมาณสามทุ่ม พี่สาวเปรย ๆ ว่า ไม่รู้แถวไหนมีไฟไหม้

ได้ยินเสียงรถดับเพลิงด้วย แต่เราไม่ได้ยินหรอกคะ

เพราะตอนนี้เรายังไม่ย้ายกลับบ้านเลย ยังสิงสถิตอยู่ร้านแม่อยู่เรย

แล้วร้านแม่นี่เข้าไปในซอย ส่วนบ้านนี้อยุ่ติดถนนใหญ่สายหลัก

ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร เนื่องจากกำลังรีบจัดการสะสางงานพิเศษ

เพื่อจะได้ส่งเมล์ไปให้พี่เค้าตรวจอีกรอบก่อนส่งงานลูกค้า

เราก็นั่งทำงานไม่เอะใจสักนิดว่าในเมืองเค้าวุ่นวายกัน

ส่วนคนใกล้ตัวเรา ก็นอนหลับปุ๋ย ไม่ได้เปิดทีวีดูเหมือนคืนอื่น ๆ

เราทำงานเสร็จ ตายังค้างจากกาแฟ เลยเปิดเนตอัพข่าวสาร

นั่นแหละ ถึงได้รู้ว่า หาดใหญ่โดนบอมบ์อีกแล้วคับท่าน

เมื่อคืนเมืองหาดใหญ่เลยวุ่นวายกันอีกรอบ

ส่วนเมื่อวาน เราก็วุ่นวายไม่แพ้สถานการณ์บ้านเมืองเช่นกัน

พี่ที่ทำงานพิเศษโทรมาบอกว่า เช็คเงินหรือยัง จ๊อบที่แล้วพี่โอนให้แล้วนะ

เลยไปเช็คที่ตู้เอทีเอ็ม และในบัดนาวถึงรู้ว่าบัตรเอทีเอ็มหาย

คิด ๆ ๆ กดล่าสุดนี่ เพราะเอาเงินไปจ่ายค่าแชร์นี่

กดหน้า 7-11 แต่เป็นตู้ของกสิกรไทยเลยขับรถไปถามที่ 7-11

เผื่อว่าเราไม่ได้เอาบัตรมาแล้วมีคนเจอบัตรค้างในเครื่องอาจจะเก็บฝากไว้

สรุปว่าไม่มี หายังไงก็ไม่มี เลยโทรไปอายัดบัตร

รู้สึกเป็นห่วงเงินในบัญชีอยู่เหมือนกัน กลัวว่าเกิดฟลุคใครเก็บไปแล้วกดเงินได้

เราคงแย่เลยนะ เพราะเงินที่ได้จากการทำงานพิเศษจะเก็บในบัตรนี้หมดเลย

วันนี้ช่วงพักกลางวันเลยขับรถจากที่ทำงานไปแจ้งความที่โรงพัก

ต้องแจ้งความเพราะหาสมุดเงินฝากไม่เจอด้วย

จะไปทำสมุดใหม่เลยต้องมีใบแจ้งความแนบด้วย

ระหว่างขับรถกลับก็ผ่านที่โดนบอมบ์เมื่อคืนหลายจุดเหมือนกันนะ

จุดหน้าร้านยา หน้าวัดฉื่อฉาง หน้าเจบี หน้าร้านนายหนัง

และโลตัส ซึ่งอยู่หน้าที่ทำงานเราเองนะคะ

ร้าย ๆ จริง ๆ นะพวกวางระเบิดนี่ จิตใจมันทำด้วยอะไรกัน

ถามว่ากลัวไหม ... ไม่ได้ท้าทายนะคะ แต่เราไม่กลัว

คนเราจะอยู่ที่ไหน หากถึงเวลาต้องไป ก็ต้องไปอ่ะเนอะ

เด๊ยวเย็น ๆ นี้ เราคงต้องไปจัดการเรื่องบัตรเอทีเอ็มและสมุดเงินฝากที่คาร์ฟู

หวังว่าคงจะไม่ไปบอมบ์ที่คาร์ฟูอีกนะเอ้อ ....